DISCOVER

If I were a …

 ถ้าจะถามหากระต่ายพกนาฬิกา งานเลี้ยงน้ำชาสุดพิลึก สัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายแมวที่ล่องหนได้ เราคงไม่สามารถตอบได้ว่าไปหาได้จากที่ไหน แต่ถ้าจะถามหาความตื่นเต้นที่ได้ขึ้นบินบนท้องฟ้าแบบที่สายลมไล้ผ่านหน้า ร่างกายและปลายผม การล่องแพไม้ไผ่แบบใช้พละกำลังล้วนๆในการพาแพลอยล่องผ่านแก่ง หรือการสัมผัสสัตว์ใหญ่ที่ใครบางคนอาจเคยเห็นไกลๆในสวนสัตว์ หากคุณอยากได้รับประสบการเหล่านี้สกอร์ดาวน์ลงมาเลย เราจะบอกว่าสามารถไปพบเจอได้ที่ไหนในดินแดน(ไม่)มหัศจรรย์

SUGGESTION

Paramotor Chiang Mai Skyview

นึกถึงความเว้งว้างใต้แผ่นเท้ากับวิวทิวทัศน์ที่ไม่มีสิ่งใดกีดขวางท่ามกลางความสูง 1500 ฟุต เหนือพื้นดิน Skyview Paramotor Chiang mai ที่ๆ ทำให้คุณบินได้แบบที่ไม่ต้องแปลงกายเป็นนก ก่อนที่จะมาบินพารามอเตอร์ ต้องทำการจองล่วงหน้า นัดวัน-เวลาให้เรียบร้อย โดยจะมีรอบให้เราเลือก รอบบินปกติตอนเช้า เวลา 7.00 - 10.00 น. และรอบบ่าย เวลาเวลา 16.00 - 17.30 น. กระซิบนิดนึงว่า บินช่วงเช้าฟินกว่าเยอะ เพราะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมๆ กัน ส่วนเรื่องความปลอดภันนั้นหายห่วงเพราะมีทีมงานคอยดูแลและให้คำแนะนำ แถมนักบินทุกคนก็มี license อุปกรณ์ทุกอย่างได้การรองรับจากกรมการบิน หากอยากผจญภัยในอากาศดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

ล่องแพแม่วาง

เคยลองจินตนาการเล่นๆ ดูไหมว่าหากวันนึงเราหลงป่าแล้วเราควรจะทำอย่างไร อย่างแรกที่สอนๆ กันมาคือหาแหล่งน้ำ และจะดีมากถ้าเป็นแหล่งน้ำไหล เพราะสายน้ำจะพาไปหาที่ลุ่มเสมอ ถัดจากเจอแหล่งน้ำแล้วทำยังไง ในจินตนาการของใครหลายๆ คนคงมีภาพแพไม้ไผ่ผุดขึ้นมาในหัวอยู่บ้าง ข้ามขั้นตอนประกอบแพไป เพราะถ้าให้คิดถึงการประกอบแพโดยไร้สิ่งอำนวยความสะดวกใด การผจญภัยของเราคงจบลงแค่ตรงนี้ล่ะ การค้ำถ่อแพไม้ไผ่แบบไร้อุปกรณ์อื่นใดช่วยมีแค่แพและไม้ค้ำ ดูเหมือนเป็นการวัดสกิลการเอาตัวรอดแบบหนึ่ง ว่าจะรุ่งหรือจะร่วง ซึ่งหากอยากจะเทสต์สกิลนั้นเราแนะนำให้เดินทางไป ล่องแพแม่วาง แม่วางเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่ขึ้นชื่อในกิจกรรมผจญภัย โดยถนน 1013 บริเวณใกล้กับอุทยานแห่งชาติแม่วาง ขนานไปกับลำน้ำวาง จะมีซุ้มร้านค้ามากมายหลายร้านให้เข้าไปติดต่อสอบถามเพื่อใช้บริการล่องแพ ถึงแม้ว่าลำน้ำวางจะไม่ลึกและไม่ได้ไหลเชี่ยว แต่การค้ำถ่อแพไม้ไผ่ให้ผ่านไปโดยสวัสดิภาพก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายคนอยู่ดีแต่ความสนุกก็อยู่ตรงที่ได้ลุ้นว่าจะได้ไปต่อ หรือต้องลอยคอเกาะแพไปแทนนี่แหละ สำหรับคนที่อยากจะผจญภัย แต่ไร้สกิลการเอาตัวรอดจนถึงที่สุด สามารถจ้างนายท้ายช่วยพาไปส่งให้ถึงจุดหมายได้ สามารถติดต่อเช่าแพได้ทุกร้าน

นอกจากการล่องแพแล้วอำเภอแม่วางยังเป็นอำเภอที่มีปางช้างเยอะมากถึงมากที่สุด จนเราไม่สามารถนำรายละเอียดของทุกปางมาลงได้หมด แต่หากขับรถไปเรื่อยๆ ตามถนน 1013 มุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์ พอพ้นอุทยานแห่งชาติแม่วาง เราสามารถเห็นปางช้างได้เป็นระยะ สาเหตุที่บริเวณนี้มีปางช้างเยอะ เพราะเมื่อสมัยก่อนช้างเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ ช้างเหล่านี้จึงถูกนำมาใช้ในการท่องเที่ยวแทน และหลายๆ ปางเริ่มใช้กิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ตามธรรมชาติของช้างมากไปนัก เช่นงดการแสดงโชว์ เริ่มถอดกูบออกจากหลังช้าง และเน้นให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมร่วมกับช้างแทน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมหรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับช้างได้ตามปางช้างเหล่านี้

elephant chang sanctuary

Kerchor Elephant Eco Park

ปางช้างแม่วาง 2020

Elephant Nature Park

แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่

คุณเคยคิดจะโดดลงจากตึก3ชั้นแบบไร้อุปกรณ์เซฟตี้ใดๆ ไหม? แน่นอนว่ามันเป็นความคิดที่ “บ้ามาก” แต่นี่ก็มีคนที่บ้าพอทำอย่างงั้นตลอดเวลา แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่ เป็นสถานที่ๆ ไม่ความเกี่ยวข้องใดกับแกรนด์แคนยอนที่แอริโซน่า เพียงแต่ว่าหน้าตาของสภาพโดยรอบออกจะละม้ายๆ คล้ายกัน อันที่จริงสภาพแวดล้อมของที่นี่ก็ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นโดยธรรมชาติเสียทั้งหมด ประวัติความเป็นมาเริ่มจากเจ้าของสถานที่ทำธุรกิจขุดหน้าดินขายจนเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกต ลึกกว่า 40 เมตร พร้อมคันดินสูงกว่า 20 เมตร ต่อมาได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีบริการร้านค้า ร้านกาแฟ ตลอดจนให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ ไฮไลท์ของที่นี่คือการกระโดดน้ำลงจากคันดินที่มีความสูงราว 20 เมตร ถือเป็นกิจกรรมที่วัดทั้งความกล้าและความบ้าอย่างถึงที่สุด คำเตือนคือ ไม่ใช่มีแค่ 2 อย่างข้างต้น แต่ควรพกสกิลการว่ายน้ำมาอย่างมาก ถึงแม้จะใส่ชูชีพอยู่ก็ตามเพราะตามที่บอกไปข้างต้น สถานที่นี้เคยเป็นบ่อขุดทำให้บางจุดมีความลึกของระดับน้ำถึง 50 เมตร แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องเล่นต่างๆ แพยางและไลฟ์การ์ดประจำตามจุดต่างก็ตาม แต่ผู้เข้าใช้บริการก็ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเล่นน้ำที่นี่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

ลดดีกรีความระห่ำลงมาหน่อยกับกิจกรรมต่อไปอย่าง Zipline (Zipline คือการเอาอุปกรณ์ที่ติดล้อเลื่อนแขวนไปบนเส้นสลิงที่แข็งแรงแล้วปล่อยให้เราไหลไปจากต้นไม้หนึ่งไปสู่อีกต้นไม้หนึ่ง) ถึงแม้ว่าจะใช้ความสูงในระดับที่สูงกว่า แต่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์เซฟตี้จะทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเราจะขอแนะนำสถานที่เล่น zipline ที่คิดว่าผู้เล่นจะประทับใจอย่างแน่นอนดังต่อไปนี้

flight of the gibbon

ไฟล์ท ออฟ เดอะ กิบบอน ประสบการณ์ที่น่าจดจำท่ามกลางป่าธรรมชาติ ด้วยการโหนสลิง การปีนป่ายลงเขาด้วยเชือก การเดินข้ามสะพานลอย และการเดินเขา ความพิเศษของที่นี่ และเป็นที่มาของชื่อ flight of the gibbon คือนอกจากจะชมความงามของแมกไม้แล้ว คุณอาจมีโอกาสสัมผัสและชื่นชมวิถีชีวิตของชะนีป่าบนยอดไม้ ท่ามกลางป่าธรรมชาติบนเส้นทางซิบไลน์อีกด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการชื่นชมชะนีป่า เราขอแนะนำให้เลือกเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฝูงชะนีป่าออกมาห้อยโหนและส่งเสียงร้องมากที่สุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

Pongyang Jungle Coaster & Zipline

ที่นี่มีของขึ้นชื่ออยู่สองอย่าง ได้แก่ จังเกิ้ล โคสเตอร์ เครื่องเล่นคล้ายรถไฟเหาะรูปร่างเหมือนรถไฟเหาะแบบเปลือย ให้อารมณ์เสียวหลุดโค้งด้วยความเร็วและแรงเหวี่ยงประมาณ 40 กม./ชม. วิ่งเข้าไปในรางอันเปลือยเปล่า หวาดเสียวสุดๆ ตอนเข้าโค้ง และทางลาดชัน มีทีเด็ดเพิ่มเติมเข้าไปอีกตรงที่ เราสามารถควบคุมความเร็วและเบรคมันได้ กับซิปไลน์ที่มีมากถึง 36 สถานีท่ามกลางป่า บางสถานีเป็นการปั่นจักรยานบนเชือกสลิง ที่เราต้องออกแรงขาเพื่อจะได้ไปชมวิวจากมุมสูงช่วงตรงกลาง แต่ระยะทางของบอกว่าไม่ชิลล์ ไป-กลับอาจเรียกหอบได้บ้าง แถมยังโคลงเคลงต้องอาศัยการคอนโทรลที่ดี บางสถานีก็เป็นชิงช้าขนาดใหญ่ แต่ความสูงไม่น้อย พาหวั่นใจในบางจังหวะได้เหมือนกัน ให้อธิบายครบทั้ง 36 สถานีเดี๋ยวจะไม่มีลุ้น ต้องไปลองดูถึงจะรู้ว่าสนุกอย่างที่เขาบอกไหม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ
ดูเส้นทาง

Jungle Flight Zipline

zipline ที่จะพาเราตะลุยป่าผืนใหญ่ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี สัมผัสกับความสูงเหนือยอดไม้ ด้วยการโหนสลิงไปตามต้นไม้ ที่มีระยะห่างกันตั้งแต่ 50 เมตรไปจนถึงกว่า 300 เมตร Zipline จะพาเราทะยานไปเรื่อยๆ จากต้นไม้สู่ต้นไม้อย่างสนุกสนาน และน่าตื่นเต้น ภายในพื้นที่ขนาด 6 ตารางกิโลเมตรของป่าฝนอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ในสถานีแรกๆ จะมีระยะทางที่ไม่ไกลมาและความสูงไม่มาก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทำการปรับตัวพอสถานีต่อๆ ไป สิ่งที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นคือระยะทางและความสูง ส่วนจุดไคลแม๊กซ์นั้นอยู่ที่จุดโรยตัวจากที่สูงลงสู่พื้นดินจากความสูง 40 เมตร ฟังดูตัวเลขอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบเป็นอาคารโดยทั่วไป ก็อาจจะสูงสัก 8-10 ชั้นเท่านั้นเอง!!!! อยากรู้ว่าสูงแค่ไหนน่ากลัวหรือไม่คงต้องลองไปเล่นดู ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
ดูเส้นทาง

ผู้คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่ในป่า?… คอนกรีต จะดีไหมหากมีบางวันเราได้ออกไปใช้ช่วงเวลาอยู่ในป่าจริงๆ สัมผัสผนังต้นไม้รอบด้านแทนผนักกระจกของอาคารสูง และเดินทางได้ด้วยความเร็วเท่าที่สองขาจะพาเราไป ให้อะดรีนาลีนหลั่งจากความยากของเส้นทาง แทนที่ความกดดันของงานที่ทำอยู่ทุกวัน หากไม่หวั่นกับความยากลำบากเล็กๆ น้อยก็เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางเลยเพราะเราจะขอแนะนำเส้นทางเดินป่าในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงมือโปร

กิ่วแม่ปาน

สถานที่เดินป่าสุดฮิต กิ่วแม่ปานตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยอดดอยที่ถือเป็นจุดสูงที่สุดของประเทศไทย จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “หลังคาแห่งดินแดนสยาม” ความอลังการของผืนป่าที่ได้ชื่อว่าอยู่ ณ ปลายสุดแห่งเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเริ่มต้นจากประเทศเนปาล ทำให้เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุดมไปด้วยเสน่ห์แห่งป่าดิบเขาระดับสูง ต้นไม้ใหญ่ถูกห่อหุ้มด้วยพืชพรรณเล็กๆทั่วทั้งต้น สลับกับทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ไกลสุดสายตา ระยะเวลาในการเดินทางไปจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ระยะทาง 3.2 กม.โดยจะมีไกด์ชาวบ้านในพื้นที่นำเดินเพื่อลดความเสียหายของธรรมชาติอัตราค่าบริการอยู่ที่ 200 บาทต่อหนึ่งกลุ่มไม่เกิน 10 คน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

ดอยผ้าห่มปก

ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 2,285 เมตร จัดว่าเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของไทยไฮไลท์ของที่นี่คือบ่อน้ำพุร้อนฝาง กางเต้นท์บนกิ่วลม ชมพระอาทิตย์ขึ้น นอนดูดาวและสัมผัสทะเลหมอก การเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน ก่อนเดินทางให้ติดต่อขออนุญาตจากที่ทำการอุทยานฯก่อนและต้องเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ในการเดินป่าให้พร้อม การเดินจากลานกางเต้นท์ขึ้นสู่ยอดดอยนั้นไม่ยาวไกลระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2.30ชม.เส้นทางเดินไม่ได้ยากมากแต่มืดมาก(หากคุณออกเดินเพื่อไปรอแสงแรกของวัน) ส่วนที่ยากคือการเดินทางจากด้านล่างมาที่ลานกางเต้นท์ถึงแม้ถนนจะเป็นซีเมนต์สลับลูกรังแต่ก็ต้องใช้ความชำนาญในการขับ และควรเป็นรถกระบะ 4WDเท่านั้น ใครที่เดินทางมาด้วยรถรูปแบบอื่น สามารถเช่ารถกับทางอุทยานให้ขึ้นไปส่งได้ แล้วจอดรถทิ้งไว้ในจุดจอดของทางอุทยานฯ การเดินทางอันใช้เวลาและลำบากพอควรแทบจะถูกปัดให้ปลิวหายไปเมื่อคุณได้เห็นแสงแรกกับวิว360องศา ที่บางวันภูเขาทั้งลูกจะจมหายไปในสายหมอก อากาศเย็นที่จะฟอกปอดให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

ดอยหลวงเชียงดาว

เป็นภูเขาหินปูนรูปกรวย สูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อได้มาจากความสูงใหญ่ของดอย คำว่า "หลวง" ในภาษาเหนือ แปลว่า "ใหญ่" ส่วนคำว่า "เชียงดาว" นั้น ก็เพี้ยนมาจากคำว่า "เพียงดาว" แปลได้ว่า "ภูเขาใหญ่สูงเทียมดวงดาว" เนื่องจากดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาที่ไม่มี แหล่งเก็บน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้มีพรรณไม้แบบที่เรียกกว่า “กึ่งอัลไพน์” คือ พวกพุ่มไม้เตี้ย ๆ และไม้ล้มลุกเนื่องจากหน้าดินมีน้อย ไม่มีน้ำและอากาศเย็นเดิมทีเป็นพืชแบบแถบหิมาลัย แต่พัฒนาตนเองเป็นพืชเฉพาะถิ่นจึงมีดอกไม้สวย ๆ มากมายที่เราพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักพฤกษาศาตร์และผู้รักพรรณไม้กันเลยทีเดียว นอกจากพื้นที่สูงสุดที่ยอดดอยยังมีจุดชมวิวที่เป็นที่นิยมคือ กิ่วลมเหนือและกิ่วลมใต้หากใครอยากเก็บให้ได้ครบทุกจุดแบบไม่เหนื่อยนักควรใช้เวลากับที่นี่ 3วัน2คืนเป็นอย่างน้อย และเหมือนกับดอยอื่นๆความยากลำบากไม่ใช่แค่การเดินเท้าขึ้นสู่ยอดดอยเท่านั้น การเดินทางมายังจุดกางเต้นท์ควรติดต่อจ้างรถกะบะ 4WDและคนขับผู้ชำนาญทาง การเข้าพื้นที่อุทยานต้องมีการยื่นขออนุญาตล่วงหน้าก่อน โดยสามารถดูรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ได้จากเว็บไซต์ https://travel.kapook.com/view248581.html

ดอยม่อนจอง

อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พื้นที่มีทั้งภูเขา หุบเขาและที่ราบระหว่างภูเขา เป็นป่าที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าน้อยใหญ่และยังเป็นแหล่งต้นน้ำอีกด้วย ดอยม่อนจอง มีจุดสูงสุดอยู่ที่ยอดหัวสิงห์ นอกจากการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ยอดหัวสิงห์ อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตาในช่วงหน้าหนาว การเดินเท้าจากจุดเริ่มสู่ลานกางเต็นท์ ระยะทางประมาณ 4 กม. ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. ผ่านเนินที่ใช้ท้าทายพอประมาณและจุดพักต่างๆ ดังต่อไปนี้ เนินป่าสน, จุดชมวิวฮ้อยจั่น, จุดชมวิวเหมือดคนคู่, ภูหินช่อ, ลานสองขุนน้ำ, เนินฮิปหอบ, สนามกอล์ฟช้าง สำหรับสายถ่ายภาพคุณอาจเสียเมมโมรี่การ์ดไปแล้วหนึ่งอันก่อนถึงยอดดอย แม้การเดินทางตอนที่เดินขึ้นดอยจะไม่ได้ลำบากอะไรมาก แต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่ก่อนจะขึ้นไปเดินขึ้นดอยอีกทีต่างหาก เพราะจะต้องสตาร์ทที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ ซึ่งจะต้องติดต่อทำเรื่องกับเจ้าหน้าที่เสียก่อนถึงจะขึ้นไปได้ จากนั้นจึงนั่งรถ 4WD ไปยังจุดเริ่มเดิน คำเตือนสำหรับสายเดินป่าที่มีอาการเมารถทุกท่านสิ่งที่ควรเตรียมไปคือยาแก้เมารถ ไม่งั้นอาจจะหมดสนุกได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

อุทยานแห่งชาติขุนแจ

แนะนำสถานที่เดินป่าแบบเบสิคมาแล้วหลายที่ถัดจากนี้เราจะแนะนำเส้นทางแบบเอวานซ์กันบ้างแม้ความยาวไกลของเส้นทางไม่เท่าไหร่ แต่บางช่วงเป็นป่ารกชัฏที่หากไม่ตามคนนำทางดีๆก็พร้อมที่จะหลง จุดที่ชันไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ซับพอร์ต มือ เท้าและใจล้วนๆ ในการตะกายขึ้นไป ระยะเวลาในการเดินทางมีให้เลือกทั้งแบบ 4 วัน 3 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน ระยะความไกลมีให้เลือกทั้งหมดสี่เส้นทาง

1.จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนแจ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
2.จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ตั้งอยู่ที่บ้านแม่หวาน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
3.จากบ้านแม่ตอนหลวง ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ระยะทาง 4 กม. ระยะทางใกล้แต่ความสบายติดลบด้วยความที่เส้นทางชันและกันดารกว่าเส้นทางอื่นๆ
4.จากบ้านกำแพงหิน ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ระยะทาง 6 กม. ขอกระซิบว่าเส้นทางนี้เดินง่ายสุด

โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ ดอยลังกาหลวง ที่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติขุนแจ ครอบคลุมบริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงราย-ลำปาง-เชียงใหม่ ลักษณะป่าจะเป็นป่าดิบเขา ป่าสนที่อุดมสมบูรณ์สลับกับทุ่งหญ้า จุดที่ให้แวะพักกางเต้นท์คือบริเวณดอยลังกาน้อยและผาโง้ม ถึงแม้ว่าทางเดินจะค่อนข้างโหดหินด้วยระดับความชันและทางเดินที่เป็นสันขอบ แต่ก็จะได้วิวข้างทางคอยปลอบประโลมให้เดินไปถึงที่หมาย โดยเฉพาะหากยิ่งมีฝนปรอยละไอหมอกที่โอบล้อมทำให้ภาพเบื้องหน้าดูราวกับว่าอยู่ในความฝัน แต่นั่นก็หมายถึงว่าความยากในการเดินจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป หากใครคิดว่ามีความพร้อมของร่างกายที่จะไปและความพร้อมของใจที่จะเผชิญเส้นทางเบื้องหน้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์และแฟนเพจ

สำหรับคนที่หลงไหลในการเดินป่าคงเข้าใจว่าแม้พันธ์ไม้เดียวกันแต่ต้นไม้ทุกต้นไม่เคยเหมือนกัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกันแต่อาทิตย์อัสดงและอรุโณทัยของแต่ละที่ก็ไม่เคยมีบรรยากาศที่ซ้ำกัน การเงยหน้ามองแสงพร่างพราวของดวงดาวภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่ใช่เรื่องจำเจ และบางทีการเดินทางไม่ใช่เพื่อพิชิตยอดเขาแต่เพื่อพิชิตใจเราเองต่างหาก

OTHER INTEREST

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิท-19
ทางโรงแรมบีอินน์สไปร์จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการให้บริการเป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น
หากลูกค้ามีความประสงค์จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

โทร: 061-469-4262
Line: @binnspire
Email: binnspire@gmail.com